ดวงไฟเล็กๆสว่างวาบกระพริบแสงลอยเอื่อยเหนือคุ้งน้ำ คุ้งที่อีกไม่ช้าจะกลายเป็นถนน ในเมื่อการคมนาคมเปลี่ยนรูปเปลี่ยนร่างไปมากแล้ว จำเป็นเหลือเกินที่ต้องเปลี่ยนแปลงสิ่งเก่าที่แม้จะมีคุณค่าต่อบางสิ่ง แต่เพื่อให้เกิดประโยชน์ในแนวทางเดียวกัน จำเป็นต้องทำลายความรู้สึก ความผูกพันของใครบางคน สิ่งที่ว่านี้ เกิดขึ้นเพราะความเจริญ
ไกลออกไปจากคุ้งน้ำ มีบ้านไม้หลังเล็กๆ ที่บ้านมียายแก่และหลานสาววัย 10 ขวบอาศัยอยู่เพียงลำพัง เด็กน้อยผู้มีชื่อว่า พริม เธอสงสัยต่อสิ่งที่พบ แสงนั้นเหมือนดวงดาวบนฟ้า สีของดวงไฟดวงเล็ก ทำเธอเฝ้ามองจนหลับไปด้วยความเหนื่อยล้ามาทั้งวัน
พริม ทำงานหนักตั้งแต่เด็ก ท่าน้ำที่ใกล้บ้านที่สุดเป็นสถานที่ที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี แม่ของเธอไปทำงานในเมืองตั้งแต่เธออายุ 5 ขวบ เธอไม่เคยเห็นหน้าพ่อ แต่ยายยืนยันว่าพ่อของเธอเป็นภารโรงที่โรงเรียนในตัวเมือง ทั้งที่ใครอื่นไม่เคยเอ่ยถึงพ่อของเธอเลย
กระป๋องน้ำพลาสติกบรรจุน้ำคลองเดินทางมาสู่บ้านไม้หลังเล็กด้วยแขนน้อยๆของพริม ท่อนแขนโก่งโค้งงอเพื่อสอดรับกับน้ำหนักของน้ำในกระป๋องที่ตักมาปริ่มล้น หกเป็นระลอกระหว่างเป็นเส้นทางยาวจากท่าน้ำถึงบ้าน
พริมไม่ได้ไปโรงเรียนขาดเรียนมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ เธอช่วยยายเก็บผักบุ้ง และช่วยตักน้ำไว้ใช้ ยายเลี้ยงพริมตามประสา อาหารการกินไม่สมบูรณ์นัก พริมร่างกายผอมกว่าเด็กในวันเดียวกัน ผมสั้นกุดเป็นฝีมือของยายที่ตัดเพราะป้องกันเหา เผยให้เห็นโครงหน้าที่มีรอบตอบแม้ว่าจะเป็นเด็ก
“พริมเอ๊ย มากินข้าวได้แล้วลูก เดี๋ยวเย็นชืดหมด มาเร็วลูกมา” ยายเรียกพริมให้มากินข้าวที่อุ่นจากที่เหลือค้างเมื่อวาน “ยายจ๋า พริมอยากไปดูดวงไฟใกล้ๆจังเลย ดาวดวงเล็กๆลอยไปมาเต็มไปหมด พริมอยากไปดูใกล้ๆ คืนนี้ยายพามาพริมมาได้ไหมจ๊ะ”“อยากมาดูหิ่งห้อยหรือ กลางค่ำกลางคืน ใครเขาออกมาข้างนอกกันเล่า เอาไว้โตอีกหน่อย จะออกมาดูก็ไม่เป็นไร งูเงี้ยวมากัดเอาจะลำบาก กินข้าว..ลูก แล้วไปอาบน้ำ”
ใจของพริมเฝ้ารอวันที่เธอจะไปไหนมาไหนในเวลาค่ำได้ ดูแลยายได้มากกว่านี้ เธออยากเข้าไปดูดาวที่ลอยไป – มาเหนือน้ำนั้น เธอจำได้ว่า เมื่อตอน 5 ขวบ ก่อนที่แม่จะไปทำงาน แม่อาบน้ำให้เธอที่ท่าน้ำนี้ เธอเห็นหิ่งห้อยลอบวนรอบๆ ทำให้ค่ำคืนไม่ว้างเปล่าดำมืดจนเกินไป
ทุกครั้งที่เธอเห็นแสงวาบไหวนั้น เธอคิดถึงแม่“ยายจ๋า พริมคิดถึงแม่จังเลย เมื่อไหร่แม่จะกลับมาจ๊ะยาย” ยายนอนข้างๆ พัดใบลานกวัดไกวไปตามจังหวะคามแรงเหวี่ยงวงแขนของหญิงชรา ความเงียบกล่อมให้เด็กน้อยหลับไปทั้งน้ำตา
000
วันคืนผ่านมานานเท่าใด...ใบหน้าของเด็กหญิงพริมเปลี่ยนแปลงไปบ้าง อวบอิ่มเติบโตตามวัยแรกรุ่น ไม่ทิ้งร่องรอยของความกร้านเกร็งเมื่อครั้งยังเด็ก พริมไว้ผมยาวสมปรารถนา
“ยายจ๋า พริมคิดถึงแม่จังเลย เมื่อไหร่แม่จะกลับมาจ๊ะยาย” เธอฝันซ้ำๆถึงเรื่องราวครั้งเก่า ทั้งที่ประโยคเหล่านั้นไม่มีความจำเป็นอีกแล้วในวันนี้ วันที่เธออยู่ใกล้ชิดแม่ น้ำตาของหญิงสาวแห้งไปเมื่อกลางดึก ข่าวการจากไปของยายทำเธอใจหาย จนวันนี้เธอยังไม่เคยเข้าใกล้ดวงดาวที่ลอยไปมาเหนือคุ้งน้ำนั้น
ถนนตัดผ่าน การเดินทางไปมาสะดวกแต่มันสายเกินไปกับการจากมา พริมย้ายเข้ามาเรียนหนังสือในเมือง อาศัยอยู่กับแม่ และน้องๆที่เกิดกับพ่อเลี้ยง ส่วนยายนั้น พริมไม่เคยได้พบกันอีก
ธรรมชาติของดวงดาวที่วาวแสงได้เองคล้ายคลึงกันกับหิ่งห้อย นั่นคือการฉายแสงตลอดเวลา ทว่าจะมองเห็นว่าแสงนั้นวูบไหวอย่างไร จำเป็นต้องดับแสงที่แรงกล้ากว่า นั่นคือตะวัน
แสงจึงแสดงตัวต่อเมื่อเวลากลางคืน ในเวลาที่ความมืดโหยหาแสงสว่าง แสงที่ด้อยแรงดูจะเป็นความหวังตลอดราตรีพริมเคยคิดถึงแม่เมื่อมองเห็นหิ่งห้อย ความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างการเฝ้ามอง อ้อมกอดของแม่ ทำเธอคิดถึงเหตุการณ์รอบตัว และสิ่งสุดท้ายนั่นคือดวงดาวหิ่งห้อยทั้งที่หิ่งห้อยเปล่งแสงเสมอ ทั้งที่แสงสว่างที่อบอุ่นที่สุดไม่เคยห่างหาย กว่าพริมจะเข้าใจ ความรักที่เฝ้ารอการกลับมาของเธอก็หมดแรงคอย
ไม่มีหิ่งห้อยกลางถนน พริมสะอื้นในลำคอวันเผาศพยาย ระลึกว่า ระหว่างที่เธออยู่กับแม่ในเมือง ระหว่างนั้น ยายคิดถึงพริมมากมายแค่ไหน นิทานของยายใครกันที่ได้ฟัง ลมจากพัดใบลาน กระป๋องน้ำ และดวงดาวหิ่งห้อย ที่เคยรบเร้าให้ยายพาไปดูใกล้เพียงเพื่อบรรเทาความคิดถึงแม่
ตั้งแต่นั้น ทุกครั้งที่ความมืดมนเข้ามาในชีวิต พริมอดทนและคิดถึงดวงไฟเล็กๆที่เป็นสิ่งยืนยันความรักที่มอบให้เธอ คิดถึงหิ่งห้อย ดวงไฟเล็กๆและเรื่องราวความรักที่ไม่เคยมีวันอับแสง.
2006-09-21 00:54:00/กีรติ